รับน้องใหม่วัยเกษียณ

posted on 11 Sep 2011 19:54 by life-education
ชมรมครูอาวุโสอาชีวศึกษาเชียงใหม่- ลำพูนจัดงานรับขวัญน้องใหม่เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่โรงแรมวินเพลส มีรุ่นพี่ไปร่วมรับน้องอุ่นหนาฝาคั่ง ร่วม 60 ราย อบอุ่นจริง ๆ ชมรมมีความเข้มแข็งแน่นเหนียว รุ่นพี่อาวุโสสูงสุดและสปิริตสูง(สุด) เพราะได้ทราบว่าท่านไปร่วมกิจกรรมทุกครั้งทั้ง ๆที่อายุท่าน 94 ปี มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ ในงานนี้ยังฝากศีล10 สำหรับสว.ทั้งหลายให้นำไปปฏิบัติให้สม่ำเสมอ ใครสนใจไปค้นคว้าเอาเอง เพราะืมจดมา จำได้แต่ข้อสำคัญที่พิธีกรย้ำนักยำ้หนาคือ ต้องออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ
เมื่อวานไปส่งพัสดุไปรษณีย์ เพราะมีลำไยอบแห้งอยากแจกให้เพื่อน ๆ ได้ลองชิมของอร่อย ก็จัดการห่อกล่องพัสดุเก่าด้วยกระดาษสีนำ้ตาล เพื่อประหยัดค่ากล่อง แค่นี้เราก็คิดว่าเราเจ๋งแล้วที่ประหยัด ลดขยะ ลดโลกร้อน พร้อมประหยัดค่ากล่องไปอีกหลาบสิบเพราะส่งให้เพื่อนตั้ง 6 ราย ก็หกกล่องที่ลดลงไป ความที่ไม่เคยไปส่งพัสดุไปรษณีย์เองนานมากแล้ว ไปถึงก็งงๆ ก็เห็นพระรูปหนึ่งกำลังยืนดูของอยู่ที่ตู้โชว์ มีพนักงานขายบริการอยู่ ก็เดินผ่านมา ไปถึงชั้นที่บริการส่งพัสดุ ดูช่องบริการก็มีหลายช่อง แล้วเราควรจะไปช่องไหนดี ทุกช่องก็แขวนป้าย one-stop service เหมือนกัน กำลัง งง อยู่ว่าต้องทำอะไร ไปทางไหน จะรอเข้าใช้บริการช่องไหนดี ก็เห็นพระท่านเดินตรงมาหยิบบัตรคิว โอ้-อก บ้านนอกจังเรา ไม่รู้ว่าเขาต้องไปหยิบบัตรคิว ตกลงก็หยิบบัตรต่อจากพระรูปนั้น ก็ลดความรีบร้อนลง เดินหอบกล่องพัสดุหกกล่องอย่างทุลักทุเลเอาการไปหาที่นั่ง รอ ขณะนั่งรอ พระท่านนั่งอยู่แถวถัดไปท่านก็เอ่ยขึ้นมาว่า เดี๋ยวนี้การส่งพัสดุทางไปรษณีย์ ไม่จำเป็นต้องซื้อกล่องพัสดุใหม่หรอก เอากล่องเก่าอะไรก็ได้ที่พอเหมาะกับพัสดุเรา มาจ่าหน้าให้เรียบร้อยผูกเชือกกล่องให้เรียบร้อยก็ส่งไปได้แล้ว เราฟังก็งงๆวันนี้เป็นวัน "งง" ก็เหลือบไปเห็นกล่องพัสดุของพระท่าน ก็ถึงบางอ้อ ท่านใช้กล่องสีนำ้ตาลเดิมคงบรรจุสินค้าประเภทอะไหล่ ทำนองนั้น ไม่ใช่กล่องที่มีจำหน่ายที่ที่ทำการไปรษณีย์ พระท่านก็กรุณาอธิบายต่อไปว่า ถ้ามีกล่องพัสดุไปรษณีย์เก่าเดี๋ยวนี้ส่งได้ง่ายๆ เพียงเรากลับด้านเอาด้านนอกเข้า เอาด้านในออก ก็สามารถใช้ได้เลย ท่านก็ยังกรุณาบอกว่าอย่างของคุณโยมเอากระดาษนำ้ตาลห่อก็ดูเรียบร้อยดี ดีกว่าพวกที่ฟุ่มเฟือย เปลืองเงินซื้อกล่องใหม่ แต่จริงๆ แล้วกลับด้านในออกมาก็จะประหยัดได้มากกว่า เออน่าคิดนะ มันทำได้จริงไหม พอดียังมีลำไยอีกหลายถุงที่ต้องส่งไปแจกเพื่อนอีก เราเลยลองดูกล่องพัสดุเก่าที่เตรียมจะห่อด้วยกรดาษสีนำ้ตาล ถ้าจะกลับเอาข้างในออก มันต้องแกะข้างๆ แล้วมันจะดูได้ไหมนะ กล่องแรกยังไม่กล้าแกะ แต่ก็เอากระดาษมาแปะข้างหน้าก่องเก่าที่เดียวเพื่อใช้จ่าหน้าถึงผู้รับ ใจก็ยังคิดว่า มันก็น่าจะทำได้ พระท่านก็บอกว่าให้ทำ กล่องที่สองเลยตัดสินใจแกะรอยพับทั้งหมดออก แล้วลองพับเอาด้านในออกมาแทน เออมันทำได้จริงแฮะ ไม่น่าเกลียดด้วย ความรู้ใหม่ ก็บอกแล้วว่าไม่เชี่ยวชาญการส่งไปรษณีย์ รู้แล้วก็อยากบอกต่อ เผื่อมีใครที่ยังไม่รู้ จะได้ช่วยกันประหยัดไปอีกคนละนิดคนละหน่อย

มณทาทอง

posted on 27 Jun 2011 14:01 by life-education

 

ดอกมณทาทอง มีดอกสวยกลิ่นหอมหวานนุ่มนวล เรียกว่าประทับใจทั้งสีและกลิ่น ใช้เวลาผลิดอกนานเป็นเดือนกว่าจะบาน

แต่พอบาน ก็จะส่งกลิ่นหอมทักทายไปค่อนข้างไกล เรียกว่าอยู่ในบ้านต้องเดินตามกลิ่น เพราะไม่ใช่กลิ่นดอกไม้เดิม ๆ ที่เคยบานในบ้าน และตอนตามกลิ่นก็ไม่คิดว่าจะเป็นมณทาทอง เพราะเมื่อวานไปดูก็ยังเหมือนจะยังไม่ได้ที่ คือดู ๆ ก็ยังมีสีเขียว ๆ อยู่ ในภาพเล็ก เป็นภาพที่ถ่ายไว้วันที่ 23/6  รูปที่บานถ่ายเมื่อวันที่ 27/6
มณทาทองต้นนี้(ที่จริงก็มีอยู่ต้นเดียว) ไปเจอที่ตลาดนัดเษตร มช. คนขายคะยั้นคะยอให้ซื้อไปด้วย ต้นที่ไปติดใจคือ ตันหยงที่เขาบอกว่าถ้าได้แดดใบจะมีสีแดงสวย และอีกต้นที่ได้มาคือจำปูน ทั้ง 2 ต้นยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ก็งามตามสภาพ แต่ต้นที่ถูกยัดเยียดให้ซื้อ กลับออกดอกให้ตื่นเต้นประทับใจ ที่ลังเลไม่อยากซื้อก็เพราะเขาต้องอยู่แบบรำไร ต้นก็จะสูงใหญ่ เห็นแค่ใบก็หนาวแล้วเพราะที่บ้านแน่นไปด้วยไม้ดอกและไม้แดก (ขออภัย) แต่ด้วยความอยากได้ โลภมาก ก็ตัดใจซื้อมา แล้วก็ยัดเยียดเขาไปลงใต้ต้นชะมวง หวังฝากร่มเงา ไปก่อน และแล้วการตัดสินใจครั้งนี้ก็ไม่ผิดพลาด เพราะตอนนี้ปลื้มใจ สุขใจ คุ้มค่ากับการเฝ้ารอ ออกมาดอกเดียวแหละ แต่อาจคุยได้ 7 ปี